มาเดอลีน

มาเดอลีนของพรูสท์: ขนมชิ้นเล็กๆ ที่พาวัยเด็กทั้งหมดกลับมา

แค่คำเดียวที่จุ่มชา วัยเด็กทั้งหมดก็หวนกลับมา นี่คือมาเดอลีนที่โด่งดังที่สุดในโลกวรรณกรรม และเหตุผลที่รสชาติหนึ่งพาเรากลับบ้านได้

ผู้หญิงไทยผมบ็อบสีดำ ทาปากแดง สวมคาร์ดิแกนสีน้ำเงินโคบอลต์และกำไลทอง หลับตายิ้ม มือหนึ่งชูมาเดอลีนสีทอง อีกมือถือถ้วยชาสีขาวบนจานรอง ฉากหลังเป็นผนังสีเหลืองสดใส

อัปเดตล่าสุด 15 ตุลาคม 2569 โดย Tim Grassin ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าเชฟขนมของ Ondine

คำตอบสั้นๆ: ในนวนิยาย In Search of Lost Time ของมาร์แซล พรูสท์ ตัวเอกจุ่มมาเดอลีนชิ้นเล็กลงในชา แล้วรสชาตินั้นก็พาวัยเด็กที่เขาลืมไปแล้วกลับมา คือเช้าวันอาทิตย์ที่ Combray ที่ป้าเลโอนีเคยเอามาเดอลีนจุ่มชาในถ้วยของเธอเองแล้วยื่นให้เขา พรูสท์เรียกการจำแบบนี้ว่า ความทรงจำโดยไม่ตั้งใจ (involuntary memory) ทุกวันนี้นักวิจัยก็ยังศึกษาเรื่องนี้กันอยู่ และความทรงจำที่ถูกปลุกด้วยกลิ่นก็มักย้อนกลับไปได้ไกลกว่าจริงๆ คุณลองเองได้ง่ายๆ แค่มีมาเดอลีน ชาอุ่นๆ สักถ้วย และเวลาเงียบๆ สักไม่กี่นาทีค่ะ

ฉากนั้นในหนังสือ

คุณคงรู้จักความรู้สึกนี้ดี กลิ่นอะไรสักอย่างในโถงบันได เพลงสักเพลงในแท็กซี่ แล้วแวบเดียวคุณก็กลับไปเป็นเด็กแปดขวบอีกครั้ง ไม่มีใครบรรยายวินาทีนั้นได้ดีไปกว่าพรูสท์ และนี่คือที่มาของมาเดอลีนของพรูสท์ ขนมชิ้นเล็กที่โด่งดังที่สุดในโลกวรรณกรรมค่ะ

ใน Swann's Way เล่มแรกของ In Search of Lost Time (ค.ศ. 1913) ตัวเอกกลับถึงบ้านในวันฤดูหนาวที่อากาศหนาวเหน็บ แม่ของเขาชวนให้ดื่มชา แล้วให้คนไปหา “ขนมเค้กชิ้นเล็กๆ สั้นๆ อ้วนป้อม ที่เรียกว่า ‘petites madeleines’” มาให้ เขาเหนื่อยล้าจากวันที่น่าเบื่อ จึงยกชาหนึ่งช้อนที่มีเค้กชิ้นหนึ่งแช่อยู่ขึ้นจรดริมฝีปาก แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเป็นแบบนี้ค่ะ ข้อความที่ยกมาจากนวนิยายทั้งหมดในบทความนี้ Ondine แปลเป็นภาษาไทยเองจากฉบับแปลภาษาอังกฤษปี ค.ศ. 1922 ของ C. K. Scott Moncrieff นะคะ

“ทันทีที่ของเหลวอุ่นๆ และเศษขนมที่ปนมาด้วยแตะเพดานปากของผม ความสั่นสะท้านก็แล่นไปทั่วทั้งร่าง และผมก็หยุดนิ่ง จดจ่ออยู่กับความเปลี่ยนแปลงอันน่าพิศวงที่กำลังเกิดขึ้น”

“ความสุขอันแสนวิเศษได้บุกเข้ามาในประสาทสัมผัสของผม แต่เป็นความสุขที่เป็นเอกเทศ แยกขาดจากสิ่งอื่น โดยไม่บอกใบ้เลยว่ามาจากไหน”

เขาไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้มาจากไหน พยายามไขว่คว้ามันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกือบจะยอมแพ้ จิบชาต่อ แล้วหันไปคิดเรื่องที่กังวลอยู่ในวันนั้นแทน แล้วก็...

“แล้วทันใดนั้น ความทรงจำก็หวนกลับมา”

รสชาตินั้นคือเศษมาเดอลีนชิ้นเล็กที่ป้าเลโอนีเคยให้เขาทุกเช้าวันอาทิตย์ที่ Combray ตอนที่เขาเข้าไปทักทายเธอในห้องนอน โดย “จุ่มลงในถ้วยชาของเธอเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นชาจริงหรือชาดอกลินเดน” และบทความเรื่อง involuntary memory ใน Wikipedia ก็ระบุว่า จากรสชาติเดียวนั้น เขานึกต่อไปถึงบ้านหลังนั้น แล้วก็ทั้งเมืองได้ค่ะ

ผู้หญิงไทยใส่ต่างหูห่วงสีทอง ยิ้มขณะใช้สองมือหักมาเดอลีนออกเป็นสองชิ้น ฉากหลังเป็นผนังสีชมพู

มีประโยคหนึ่งในตอนนี้ที่อ่านผ่านๆ แล้วพลาดได้ง่าย และเป็นประโยคที่เราชอบที่สุดค่ะ

“การได้เห็นมาเดอลีนชิ้นเล็กนั้นไม่ได้ทำให้ผมนึกถึงสิ่งใดเลย ก่อนที่ผมจะได้ลิ้มรสมัน”

แค่มองไม่ได้ทำให้เกิดอะไรขึ้นเลย แต่พอได้ชิม ทุกอย่างก็กลับมาค่ะ

เกือบจะเป็นขนมปังปิ้งไปแล้ว

มาเดอลีนไม่ใช่ไอเดียแรกของพรูสท์นะคะ ในปี ค.ศ. 2022 หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศสในปารีสจัดนิทรรศการเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีการจากไปของเขา และ The Guardian ก็รายงานสิ่งที่ต้นฉบับร่างของเขาเผยให้เห็น ในปี ค.ศ. 1907 ความทรงจำถูกปลุกขึ้นด้วยขนมปังเก่าชิ้นหนึ่งที่จุ่มชา ฉบับต่อมากลายเป็นขนมปังปิ้ง และราวปี ค.ศ. 1908 ก็เปลี่ยนเป็นบิสคอตต์ (biscotte) บิสกิตแข็งชนิดหนึ่งค่ะ

สุดท้ายเขาเลือกขนมเค้กชิ้นเล็กที่ “ดูราวกับถูกหล่อขึ้นในร่องหยักของเปลือกหอยเชลล์ของผู้แสวงบุญ” จุ่มในชาดอกลินเดน ซึ่ง The Guardian บอกว่าเป็นชาที่ป้าเคยให้เขาดื่มตอนเขายังเด็ก เราว่าเขาเลือกถูกแล้วค่ะ ลองนึกภาพนักอ่านตลอดร้อยปีนั่งถอนหายใจซาบซึ้งให้ขนมปังเก่าดูสิคะ ยังไงก็นึกไม่ออกจริงๆ

ฉากนี้ดังมากจนทุกวันนี้คำว่า “Proustian” มีความหมายว่า สิ่งที่ปลุกความทรงจำที่ลืมไปแล้วให้กลับมา ถ้าเคยมีกลิ่นอะไรสักอย่างทำให้คุณหยุดชะงักกลางถนน นั่นแหละคือช่วงเวลาแบบ Proustian ของคุณค่ะ

ทำไมรสชาติถึงพาเราย้อนกลับไปได้

Wikipedia ระบุว่าพรูสท์เป็นคนแรกที่บัญญัติคำว่า involuntary memory ขึ้นมา หมายถึงความทรงจำที่ผุดขึ้นมาเองโดยไม่ต้องพยายามนึก โดยมีอะไรสักอย่างที่เราเจอในชีวิตประจำวันเป็นตัวกระตุ้น ส่วนสิ่งที่ตรงข้ามกันคือ voluntary memory หรือความทรงจำที่เราตั้งใจขุดขึ้นมาเอง ตัวเอกของพรูสท์รู้สึกว่าความทรงจำแบบที่ต้องขุดนั้นไม่เคยครบถ้วน และมีแต่ความทรงจำที่ผุดขึ้นมาเองเท่านั้นที่พาแก่นแท้ของอดีตกลับมาได้จริงๆ ค่ะ

นักจิตวิทยาเคยทดสอบแนวคิดนี้แล้ว ในงานวิจัยปี ค.ศ. 2006 ที่ตีพิมพ์ใน Psychonomic Bulletin & Review โดย Johan Willander และ Maria Larsson จาก Stockholm University ทั้งสองให้ผู้สูงอายุ 93 คนได้รับคำ ภาพ หรือกลิ่นอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วขอให้นึกถึงเหตุการณ์อะไรก็ได้ในชีวิตของตัวเอง ความทรงจำส่วนใหญ่ที่กลิ่นปลุกขึ้นมานั้นมาจากสิบปีแรกของชีวิต คือก่อนอายุ 10 ขวบ ส่วนความทรงจำที่คำและภาพปลุกขึ้นมามีมากที่สุดในช่วงต้นของวัยผู้ใหญ่ คืออายุ 11 ถึง 20 ปี ความทรงจำจากกลิ่นยังทำให้รู้สึกเหมือนถูกพาย้อนเวลากลับไปได้ชัดกว่า และเป็นเรื่องที่คนเราเคยนึกถึงน้อยครั้งกว่าด้วยค่ะ

ยังมีอีกข้อค้นพบที่ชวนอุ่นใจกว่านั้นค่ะ Wikipedia ซึ่งสรุปงานวิจัยไว้ ระบุว่าความทรงจำที่ผุดขึ้นมาเองที่เป็นความสุขเกิดขึ้นบ่อยเป็นสองเท่าของแบบไม่มีความสุขหรือแบบกลางๆ โดยอ้างอิงงานวิจัยปี ค.ศ. 2002 ของ Dorthe Berntsen และ David Rubin เพราะฉะนั้นเวลารสชาติไหนดึงเรากลับไป ก็มักจะพาไปยังที่ที่ดีมากกว่านะคะ

ถ้วยสีขาวเรียบๆ บนจานรอง มีมาเดอลีนสองชิ้นวางอยู่ข้างๆ บนโต๊ะสีขาว ฉากหลังเป็นผนังสีน้ำเงินโคบอลต์

สร้างช่วงเวลามาเดอลีนของคุณเอง

ไม่ต้องอ่านทั้งเจ็ดเล่มก็ได้ค่ะ แค่มีมาเดอลีน ถ้วยสักใบ และเวลาอีกนิดหน่อยก็พอ

  1. จุ่มแบบที่ตัวเอกทำ หักมาเดอลีนออกมาชิ้นเล็กๆ ปล่อยให้แช่ในชาอุ่นสักครู่ แล้วชิมเศษขนมกับชาไปพร้อมกัน ป้าของพรูสท์ใช้ “ชาจริงหรือชาดอกลินเดน” ชาดอกลินเดนคือชาสมุนไพรจากดอกลินเดน แต่ชาอะไรก็ได้ที่คุณโตมากับมัน ไม่ว่าจะเป็นชาจีนที่บ้านอาม่า หรือชาที่แม่ชงให้ทุกเช้า ใช้ได้หมดเลยค่ะ และนั่นแหละคือหัวใจของเรื่องนี้ ถ้าอยากได้ไอเดียจับคู่เพิ่ม ลองอ่านคู่มือมาเดอลีนกับกาแฟและชาของเราได้นะคะ
  2. ชิมก่อนมอง ในหนังสือ การได้เห็นมาเดอลีนไม่ได้ทำให้เกิดอะไรขึ้นเลย ลองหลับตาตอนกัดคำแรก แล้วสังเกตขอบที่กรอบ เนื้อตรงกลางที่นุ่ม และความอุ่นของชาค่ะ
  3. อย่าไล่ตามมันแรงเกินไป ในหนังสือ ความทรงจำกลับมาตอนที่ตัวเอกกำลังจะยอมแพ้และหันไปคิดเรื่องอื่นพอดี ให้เวลาตัวเองเงียบๆ สักไม่กี่นาที คว่ำมือถือไว้ก่อนนะคะ
  4. สร้างพิธีกรรมเล็กๆ ถ้วยใบเดิม มุมเดิม เวลาเดิมในวันอาทิตย์ ความทรงจำของพรูสท์มาจากกิจวัตรเช้าวันอาทิตย์ และพิธีกรรมเล็กๆ ที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้ อาจกลายเป็นสิ่งที่คุณคิดถึงในวันข้างหน้าก็ได้ค่ะ
  5. ให้ความทรงจำ ไม่ใช่แค่ขนม ถ้าจะให้มาเดอลีนสักกล่องเป็นของขวัญ ลองใส่ความทรงจำที่มีร่วมกันลงในการ์ดอวยพร อย่างประโยคตัวอย่างที่ Ondine ลองเขียนไว้ว่า “คิดถึงเช้าวันอาทิตย์ที่บ้านเธอ ที่มีชาอุ่นๆ รออยู่เสมอ” รสชาติหนึ่งบวกกับประโยคแบบนี้ ก็กลายเป็นไทม์แมชชีนเล็กๆ ได้แล้วค่ะ
  6. อ่านตัวบทจริง Swann's Way ฉบับแปลภาษาอังกฤษปี ค.ศ. 1922 ของ C. K. Scott Moncrieff อ่านฟรีได้ที่ Project Gutenberg ฉากมาเดอลีนอยู่ในภาคแรกที่ชื่อ “Combray” ค่ะ

เพิ่งรู้จักมาเดอลีนใช่ไหมคะ ลองอ่านมาเดอลีนคืออะไร และวิธีดูว่ามาเดอลีนชิ้นไหนดีได้เลยค่ะ

มาเดอลีนสำหรับช่วงจิบชาของคุณเอง

เราอบใหม่ทุกเช้า และจัดส่งทั่วกรุงเทพฯ ชั้นในด้วย Grab Express (ประมาณตั้งแต่บางซื่อถึงบางนา และธนบุรีถึงบางกะปิ) วันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 10:00 ถึง 18:00 น. ปิดวันอาทิตย์ หลายครั้งส่งถึงได้ภายในวันเดียวกัน ทุกกล่องใส่ถุงโลโก้ Ondine ผูกริบบิ้น พร้อมการ์ดอวยพรที่มีข้อความของคุณค่ะ

กล่อง Petite 3 (฿290) มีมาเดอลีนสามชิ้น ชิ้นหนึ่งสำหรับคุณ อีกสองชิ้นไว้แบ่งกัน ส่วน Signature 5 (฿450) มีห้าชิ้น สำหรับเพื่อนร่วมโต๊ะที่อาจจะจำบ่ายวันนี้ได้ไปอีกนานค่ะ

เลือกกล่องของคุณ ถ้าเข้าไปดูแล้วขนมรอบไหนหมดพอดี ก็ลงชื่อรอรอบอบถัดไปไว้ได้เลยนะคะ


แหล่งข้อมูล: Marcel Proust, Swann's Way ฉบับแปลภาษาอังกฤษของ C. K. Scott Moncrieff (ค.ศ. 1922, Project Gutenberg); Wikipedia, “Madeleine (cake)”; Wikipedia, “Involuntary memory”; Kim Willsher, “In search of lost toast: Paris show reveals origins of Proust's madeleines”, The Guardian, 10 ตุลาคม ค.ศ. 2022; Johan Willander และ Maria Larsson, “Smell your way back to childhood: Autobiographical odor memory”, Psychonomic Bulletin & Review 13, 240 ถึง 244 (ค.ศ. 2006) เข้าถึงทั้งหมดเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 ลิงก์: Swann's Way บน Project Gutenberg, Wikipedia, Madeleine (cake), Wikipedia, Involuntary memory, The Guardian, Willander และ Larsson (2006).

ข่าวจากครัว

ข่าวจาก Ondine

รสใหม่ เรื่องเล็ก ๆ ที่น่าฉลอง และข่าวรอบอบถัดไปก่อนใคร

ส่งเป็นครั้งคราว ไม่รบกวนบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

มาเดอลีนของพรูสท์คืออะไร

คือฉากหนึ่งในนวนิยาย In Search of Lost Time ของมาร์แซล พรูสท์ ตัวเอกจิบชาหนึ่งช้อนที่มีมาเดอลีนชิ้นเล็กแช่อยู่ แล้วความทรงจำวัยเด็กที่ลืมไปแล้วก็หวนกลับมา คือเช้าวันอาทิตย์ที่ Combray ที่ป้าเลโอนีเคยเอามาเดอลีนจุ่มชาในถ้วยของเธอแล้วยื่นให้เขาค่ะ

ฉากมาเดอลีนอยู่ในหนังสือเล่มไหน

อยู่ใน Swann's Way เล่มแรกของ In Search of Lost Time ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1913 และฉบับแปลภาษาอังกฤษของ C. K. Scott Moncrieff ตามมาในปี ค.ศ. 1922 ฉบับแปลนี้อ่านฟรีได้ที่ Project Gutenberg ค่ะ

คำว่า “Proustian” หมายถึงอะไร

เพราะฉากนี้ คำว่า “Proustian” จึงกลายมามีความหมายว่า สิ่งที่ปลุกความทรงจำที่ลืมไปแล้วให้กลับมา ตามที่บทความเรื่องมาเดอลีนใน Wikipedia ระบุไว้ โดยอ้างอิง Merriam-Webster ค่ะ

ตั้งแต่แรกเป็นมาเดอลีนเลยหรือเปล่า

ไม่ใช่ค่ะ The Guardian รายงานในปี ค.ศ. 2022 ว่าต้นฉบับร่างของพรูสท์ใช้ขนมปังเก่าในปี ค.ศ. 1907 จากนั้นเปลี่ยนเป็นขนมปังปิ้ง แล้วราวปี ค.ศ. 1908 เป็นบิสคอตต์ (biscotte) ซึ่งเป็นบิสกิตแข็งชนิดหนึ่ง ก่อนจะลงตัวที่มาเดอลีนค่ะ

ป้าของพรูสท์ใช้ชาอะไร

ในฉบับแปลของ C. K. Scott Moncrieff ป้าจุ่มมาเดอลีนลงในถ้วยชาของเธอเอง ซึ่งเป็น “real or of lime-flower tea” หรือชาจริงหรือชาดอกลินเดน ชาดอกลินเดน (lime-flower tea) คือชาสมุนไพรที่ทำจากดอกของต้นลินเดนค่ะ

ทำไมกลิ่นและรสชาติถึงพาความทรงจำวัยเด็กกลับมาได้

นักวิจัยเรียกความทรงจำแบบนี้ว่า involuntary memory หรือความทรงจำที่ผุดขึ้นมาเอง ในงานวิจัยปี ค.ศ. 2006 กับผู้สูงอายุ 93 คน Willander และ Larsson พบว่าความทรงจำส่วนใหญ่ที่ถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นมาจากสิบปีแรกของชีวิต ขณะที่ความทรงจำที่ถูกกระตุ้นด้วยคำและภาพมีมากที่สุดในช่วงอายุ 11 ถึง 20 ปี และความทรงจำจากกลิ่นยังให้ความรู้สึกว่าถูกพาย้อนเวลากลับไปได้ชัดกว่าด้วยค่ะ

ทุกกล่องใส่ถุงโลโก้ Ondine ผูกริบบิ้น พร้อมการ์ดอวยพรค่ะ

จัดกล่อง
Tim Grassinผู้ก่อตั้งและหัวหน้าเชฟขนม